วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สรุปบทเรียน Week 1 สารสนเทศ

ความสำคัญของสารสนเทศ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ทำให้สารสนเทศมีความสำคัญ โดยเน้นประเด็นต่อไปนี้
1. ระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ มีลักษณะ 3 ประการคือ
1.1 ระบบเศรษฐกิจโลก
1.2 ระบบเศรษฐกิจซึ่งเน้นการบริการที่อาศัยสารสนเทศเป็นหลัก
1.3 เครือข่ายความสัมพันธ์
2. การเปลี่ยนแปลงด้านองค์การและการบริหาร มีลักษณะ 3 ประการคือ
2.1 องค์กรแบบใหม่
2.2 การบริหารแบบใหม่
2.3 การบริหารที่เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้
3. การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี มีลักษณะ 3 ประการคือ
เทคโนโลยีสารสนเทศมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้มากขึ้น ราคาถูกลง มีรูปแบบการสื่อสารโทรคมนาคมที่หลากหลาย เทคโนโลยีมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจและการทำงานสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น การแพทย์, วิทยาศาสตร์, ประวัติศาสตร์, รัฐศาสตร์, ดนตรี เป็นต้น
ความหมายของข้อมูล, สารสนเทศ, ความรู้
ระบบสารสนเทศสร้างขึ้นมาเพื่อจุดมุ่งหมายหลายประการจุดมุ่งหมายพื้นฐานประการหนึ่งคือ การประมวลผลข้อมูล (Data) ให้เป็นสารสนเทศ (Information) และนำไปสู่ความรู้ (Knowledge) ที่ช่วยแก้ปัญหาในการดำเนินงาน

ความหมายของข้อมูล
ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ หรือข้อมูลดิบที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล ยังไม่มีความหมายในการนำไปใช้งาน ข้อมูลอาจเป็นตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว
สารสนเทศ (Information) คือ ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลหรือจัดระบบแล้ว เพื่อให้มีความหมายและคุณค่าสำหรับผู้ใช้ มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจ
                 ความรู้ (Knowledge) คือ สารสนเทศบวกกับ Know-how คือ สารสนเทศอย่างเดียวไม่พอที่จะทำให้เกิดความรู้ เราต้องเข้าใจวิธีที่ดีที่สุดในการใช้สารสนเทศในการแก้ปัญหาผลิตสินค้าหรือบริการ (Kogut & Zander, 1992)
ลักษณะของสารสนเทศที่ดี
มิติด้านเวลา
1.การทันเวลา (Timeliness) »สามารถหาได้รวดเร็วทันเวลาที่ต้องการ
2.ความเป็นปัจจุบัน (Up-to-date)» มีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
 มีระยะเวลา (Time Period) » มีข้อมูลทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและการตัดสินใจ
มิติด้านเนื้อหา
1.ความถูกต้องเที่ยงตรง » สารสนเทศซึ่งไม่มีข้อผิดพลาด
2.ความสัมพันธ์กับเรื่อง » สอดคล้องกับเรื่องที่ต้องการ
3.ความสมบูรณ์ » คลอบคลุมรายละเอียดที่สำคัญทุกเรื่องที่ต้องการทราบ
4.ความน่าเชื่อถือได้ » ขึ้นอยู่กับการเก็บรวบรวมข้อมูล และแหล่งที่มาของข้อมูล
5.ตรวจสอบได้ » ตรวจสอบความถูกต้องและแหล่งที่มา

มิติด้านรูปแบบ
1.ความชัดเจน
2.ระดับของการนำเสนอรายละเอียด
3.รูปแบบการนำเสนอ
4.สื่อในการนำเสนอ
5.ความยืดหยุ่น
6.ความประหยัด
มิติด้านกระบวนการ
1.ความสามารถในการเข้าถึง
2.การมีส่วนร่วม
3.การเชื่อมโยง
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ การสื่อสารโทรคมนาคม การจัดการฐานข้อมูล และเทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ (O’Brien, 2001)
ความหมายของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ คือ ระบบที่รวบรวม ประมวล เก็บรักษา และเผยแพร่สารสนเทศ เพื่อใช้ในการวางแผน การพัฒนาตัดสินใจ ประสานงานและควบคุมการดำเนินงาน
องค์ประกอบระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการที่ใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-Based Information Systems : CBIS) มีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ส่วนคือ
1.ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
2.ซอฟท์แวร์ (Software)
3.ฐานข้อมูล (Database)
4.เครือข่าย (Network)
5.กระบวนการ (Procedure)
6.คน (People)
บทบาทของนักบริหารและปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารสนเทศ
-                   กำหนดสารสนเทศทีต้องการ (what) โดยพิจารณาจากลักษณะงาน หรือหน้าที่ของหน่วยงาน
-                   พิจารณาเวลา (when) ที่ต้องใช้สารสนเทศนั้น เพื่อกำหนดเวลารวบรวม ประมวลผล จัดทำรายงาน
-                   ทราบว่าจะหาสารสนเทศดังกล่าวได้ที่ไหน (where) จากแหล่งข้อมูลภายใน หรือภายนอก
-                   เข้าใจว่าทำไม (why) จึงต้องมีสารสนเทศนั้น ทราบถึงสาเหตุในการเก็บรวบรวมข้อมูล
-                   ทราบว่าผู้ใช้สารสนเทศคือใคร (for whom) เพื่อจะได้จัดทำรูปแบบการนำเสนอให้เหมาะสม
-                   จะใช้เครื่องมืออะไร (how) ในการเก็บรวบรวม ประมวล รักษาสารสนเทศ
-                   สามารถเข้าใจความหมายของสารสนเทศที่หามาได้
-                   สามารถดำเนินการหรือปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม
-                   ใช้สารสนเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายและอย่างมีจริยธรรม
แนวทางเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ
การศึกษาเรื่องระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ จำเป็นต้องอาศัยความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ ดังนั้นระบบสารสนเทศจึงมีลักษณะเป็น สหวิทยาการ (multidisciplinary) ดังนั้น จึงแบ่งการศึกษาระบบสารสนเทศออกเป็น 2 แนวทางคือ (Laudon, 1999)
                แนวทางด้านเทคนิค  (Technical Approach)
                แนวทางด้านพฤติกรรม (Behavioral Approach)
ประโยชน์ของสารสนเทศ
สารสนเทศที่ดีมีประโยชน์ในด้านต่อไปนี้
1.ประสิทธิภาพ  (Efficiency)
2.ประสิทธิผล  (Effectiveness)
3.ความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)
4.คุณภาพชีวิตการทำงาน (Quality of Working Life)
ประสิทธิภาพ (Efficiency)

1. ระบบสารสนเทศทำให้การปฏิบัติงานมีความรวดเร็ว
2. ระบบสารสนเทศช่วยในการเข้าถึงข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
3. ระบบสารสนเทศช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
4. ช่วยลดต้นทุน
5. ช่วยให้การประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง ๆ เป็นไปได้ด้วยดี
ประสิทธิผล (Effectiveness)
1. ระบบสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ ส่งผลให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ได้
2. ระบบสารสนเทศช่วยในการเลือกผลิตสินค้า/บริการที่เหมาะสม
3. ระบบสารสนเทศช่วยในการปรับปรุงคุณภาพของสินค้า/บริการให้ดีขึ้น, ทำได้ถูกต้องและรวดเร็วขึ้น, ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
องค์การเสมือนจริง (Virtual Organization
เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจจุบันได้มีปรากฏการณ์ร่วมสมัยกับองค์กรเสมือนจริงเกิดขึ้นมากมาย เช่น ชั้นเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom), ทีมงานเสมือนจริง (Virtual Team), ทัวร์เสมือนจริง (Virtual Tour) เป็นต้น ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดจากแนวคิดเรื่องความจริงเสมือน (Virtual Reality) ซึ่งเป็นคุณสมบัติของระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการสร้างโลกจำลองขึ้นมาให้เป็นระบบที่เสมือนจริง
แนวคิดเรื่องความจริงเสมือน (Virtual Reality)
ความจริงเสมือน หรือความจริงซึ่งสร้างจำลองโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นความจริงที่มนุษย์สร้างขึ้นในลักษณะสามมิติ เพื่อเลียนแบบความจริงด้านกายภาพ (Physical Reality) เช่น การสร้างแบบจำลองของบ้านในลักษณะสามมิติโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
ความหมายขององค์การเสมือนจริง
องค์กรเสมือนจริงเป็นรูปแบบขององค์กรแบบใหม่ ดังนั้น จึงยังไม่มีคำจำกัดความที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ตัวอย่างคำจำกัดความขององค์กรเสมือนจริงเช่น
- องค์กรเสมือนจริง คือ องค์กรที่ใช้เครือข่ายในการเชื่อมโยงคน ทรัพย์สิน และความคิดต่าง ๆ เพื่อสร้างและกระจายสินค้าและบริการ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องขอบเขตขององค์กรแบบเดิม หรือข้อจำกัดในด้านสถานที่ตั้งขององค์กร (Laudon & Laudon, 1999)
- องค์กรเสมือนจริง คือ รูปแบบองค์กรแบบใหม่ ซึ่งประกอบด้วยคน กลุ่มคน หรือหน่วยงาน หรือองค์การซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้องค์กรเดียวกัน และกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ในลักษณะชั่วคราวหรือถาวร โดยผ่านการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจะดำเนินการในกระบวนการผลิต (Travica, 1997)
- องค์กรเสมือนจริง คือ เครือข่ายขององค์กรซึ่งเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะแลกเปลี่ยนทักษะ ทรัพยากร และสินค้าบริการ
รีอินจิเนียริ่ง
รีอินจีเนียริ่ง คือ การทบทวนความคิดพื้นฐาน และการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่โดยสิ้นเชิง เพื่อให้บรรลุผลการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ ในผลงาน เช่น ต้นทุน, คุณภาพ, บริการ, และความเร็ว (Hammer & Champy, 1993)
หลักการของรีอินจีเนียริ่ง
1. การคิดใหม่จากพื้นฐาน
2. การออกแบบใหม่อย่างถอนรากถอนโคน
3. การปรับปรุงที่ส่งผลอย่างใหญ่หลวง
4. เน้นการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน
เหตุผลในการทำรีอินจีเนียริ่ง
1. ลูกค้า
- มีความรู้ความเข้าใจในสินค้า/บริการมากขึ้น
- มีความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลง่ายขึ้น
- มีพลังในการต่อรองมากขึ้น
2. การแข่งขัน
- มีความรุนแรงมากขึ้น, มีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น
- มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์การผลิตสินค้า/บริการมากขึ้น
- มีการบุกรุกจากคู่แข่งต่างชาติมากขึ้น
องค์ประกอบของรีอินจีเนียริ่ง
1. การออกแบบใหม่ (Redesign)
- เน้นการปรับปรุงลักษณะปรับปรุงทั้งกระบวนการ
- อาจนำเทคนิค One Stop Service เพื่อให้ขั้นตอนการทำงานสั้นลง
- อาจมีการปรับรื้อระเบียบ, กฎเกณฑ์,โครงสร้างองค์กรแบบเดิม
2. เครื่องมือ (Retool)
- มีการนำ IT / IS เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการทำ RE
- มีการนำ IT / IS มาเป็นตัวสนับสนุนเพื่อสร้างวิธีการทำงานใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
3. การปรับปรุงการทำงานใหม่ (Re orchestrate)การปรับปรุงการทำงาน Re engineering มี 2 ระดับคือ
- การเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กร ทุกกระบวนการในการทำงาน
- การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการ คือ เลือกเฉพาะบางกระบวนการที่มีความสำคัญต่อการทำงาน หรือทางด้านการแข่งขัน, การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า เป็นต้น

ข้อดีของรีอินจีเนียริ่ง
1. ปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ในการทำงานทั้งหมด โดยไม่ยึดติดกับระบบการทำงานแบบเดิม
2. มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ
3. เจ้าหน้าที่/พนักงาน ทำงานได้เป็นอิสระมากขึ้น
4. มีการนำ IT/IS มาใช้ในการปรังปรุงงาน
5. เป็นวิธีปรับปรุงที่ให้ความสำคัญต่อกระบวนการเป็นสำคัญ
ข้อจำกัดของรีอินจีเนียริ่ง
1. RE ละเลยเรื่องคนในองค์กร ทำให้พนักงานขาดขวัญ และกำลังใจในการทำงาน
2. ขาดการนำเรื่องวัฒนธรรมองค์การมาพิจารณาในการปรับปรุงงาน
3. การทำ RE เป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ ยากที่จะทำให้ประสบความสำเร็จโดยฉับพลัน และยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง
4. มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงจากระดับสูงลงมา ขาดการมีส่วนร่วมจากระดับล่าง ทำให้พันธะผูกพัน การเปลี่ยนแปลงมีน้อย
การจัดการความรู้ (Knowledge Management)
ในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ ฐานความรู้ถือเป็นทรัพย์สินที่มีความสำคัญขององค์การ การแข่งขันด้านธุรกิจต้องอาศัยความรู้ในด้านกระบวนการต่าง ๆ ดังนั้น ทฤษฎีการจัดการบางทฤษฎีจึงเชื่อว่า ทรัพย์สินทางความรู้มีความสำคัญต่อการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและความอยู่รอดขององค์การมากกว่าทรัพย์สินทางกายภาพและทรัพย์สินทางการเงิน (Laudon, Laudon, 2002)
ความรู้ คือสารสนเทศที่มีคุณค่ามากที่สุด เพราะเป็นสารสนเทศที่ผสมผสานเข้ากัประสบการณ์ วิจารณญาณ และปัญญาของคนเข้าไปด้วย
ความรู้จำแนกเป็นสองประเภทคือ
1. ความรู้แบบไม่ชัดแจ้ง (Tacit Knowledge) คือ ความรู้ที่มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจง ยากที่จะสื่อสารให้คนอื่นทราบหรือเข้าใจได้ง่าย ต้องอาศัยทักษะในการฝึกฝน เช่น การว่ายน้ำ การขี่จักรยาน เป็นต้น
2. ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) คือความรู้ที่สามารถรวบรวม จัดระบบ และถ่ายทอดโดยใช้ IT ได้ เช่น ความรู้ที่ได้จากหนังสือหรือตำราต่าง ๆ เป็นต้น
การจัดการความรู้ คือ กระบวนการที่สำคัญในการสร้าง จัดระบบ และถ่ายทอดความรู้อย่างทั่วถึงภายในองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากขึ้น
องค์ประกอบของ Knowledge Management มีดังนี้
- การสร้างความรู้
- การจัดระบบความรู้
- การถ่ายทอดความรู้
การสร้างความรู้ คือ การแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร โดยผ่านกลไก การเรียนรู้ อาทิ การวิจัยและพัฒนา การร่วมกันแก้ไขปัญหา, การพัฒนาเครือข่าย, หรือการพัฒนาผ่านเครือข่ายเป็นต้น
การจัดระบบความรู้ เมื่อความรู้ได้สร้างขึ้นแล้ว จะมีกระบวนการต่อเนื่องในการจัดระบบความรู้ รวมถึงการแสดงความรู้ในลักษณะที่ง่ายต่อการเข้าถึงหรือถ่ายโอน
การถ่ายทอดความรู้ คือ การนำความรู้ที่มีอยู่ถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่น เช่นการใช้เครือข่ายในองค์กร หรือการใช้ซอร์ฟแวร์สำหรับทำงานเป็นกลุ่ม
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เฮอร์ไชม์ (Hirscheim, 1985) ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถจำแนกได้ 3 กลุ่มคือ
- กลุ่มที่มองผลกระทบในด้านบวก (Optimism)
- กลุ่มที่มองผลกระทบในด้านลบ (Pressimism)
- กลุ่มที่มองผลกระทบในลักษณะสัมพันธ์ (Relativism)

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ด้าน Software ให้หา Tools ล่าสุดหรือน่าสนใจ


จะปรับเปลี่ยนแถบเครื่องมือของ Firefox ได้อย่างไร

สามารถปรับการจัดวางปุ่มแถบเครื่องมือของ Firefox ได้ โดยคลิกขวาที่แถบเครื่องมือ และเลือก "กำหนดเอง" ซึ่งปรับเปลี่ยนโดยการลากปุ่มไปยังแถบเครื่องมือหรือลากเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่ง หากต้องการลบปุ่มเครื่องมือตัวใดให้ลากกลับมายังกล่องเครื่องมือ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
 WiMAX
WiMAX คือการออกแบบโครงสร้างและอุปกรณ์สื่อสารแบบไร้สายที่ได้ถูกพัฒนามาจาก Wireless LAN หรือ Wi-Fi ผลดีคือ ระยะทำการที่ครอบคลุมมากกว่าเครือข่ายแบบ Wireless LAN หลายเท่า แถมยังได้ความเร็วในการให้บริการสูงเทียบเท่ากัน จึงทำให้ สามารถเชื่อมต่อระหว่างตึกต่าง ๆ ได้ง่ายไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของภูมิประเทศอีกต่อไป
มาตรฐานของระบบ WiMAX
WiMAX ย่อมาจาก Worldwide Interoperability of Microwave Access ซึ่งใน ระบบของ WiMAX จะมีองค์ประกอบสองส่วนหลัก ๆ คือ
1. โครงสร้างพื้นฐานจะใช้มาตรฐาน IEEE 802.16 ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์หลัก เสาส่งสัญญาณรวมไปถึงวิธีการส่งสัญญาณต่าง ๆ ซึ่งตามมาตรฐานนี้ระยะทางการให้บริการจะอยู่ที่ประมาณ 5 กิโลเมตร เท่านั้น ยังไม่พอ! ขณะนี้ได้มีการพัฒนามาตรฐานใหม่ที่ใช้ชื่อว่า IEEE 802.16a ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถการทะลุทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางได้มากขึ้น และระยะทางระหว่างเสาสัญญาณก็มากอย่างเหลือเชื่อที่ 48 กิโลเมตร
2. คือ IEEE 802.16e หมายถึงตัวอุปกรณ์ลูกข่าย เช่น โน้ตบุ๊ก PDA หรือ Home Computer ที่มีตัวรับสัญญาณ WiMAX นั่นเอง แต่ระยะทางในการใช้บริการนั้นห่างจากเสาสัญญาณอยู่ประมาณ 5 กิโลเมตร
สถานการณ์ของ WiMAX
ในปัจจุบันได้มีการนำเอาระบบ WiMAX ไปลองใช้งานจริง ในส่วนโครงสร้างหลักได้มีการตั้งเสาสัญญาณ WiMAX กระจายเป็น เครือข่ายครอบคลุมบริเวณที่ต้องการให้บริการ หรือนำเอามาใช้เพื่อเพิ่มระยะทางในการให้บริการให้ไกลขึ้นถึงชานเมือง หรือตั้งเสา WiMAX เพื่อรับส่งข้อมูลและกระจายต่อให้กับผู้ใช้ ADSL,DSL ในพื้นที่ที่ลากสายสัญญาณหลักเข้ามาลำบากกลายเป็น Wireless Broadband นั่นเอง
ส่วนในด้านผู้ใช้งานทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกในปี 2005 ที่ผ่านมา ได้นำเอาระบบมาให้บริการ internet โดยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า Fix wireless access อุปกรณ์ตัวนี้จะเป็นตัวรับสัญญาณที่สามารถติดที่ไหนก็ได้ เช่น ข้างตัวบ้าน หรือตัวตึก แล้วรับสัญญาณ WiMAX มา นำไปกระจายต่อยังเครื่อง





แหล่งที่มาข้อมูล

ด้าน Data/Information หาเทคโนโลยีด้านระบบสารสนเทศที่ช่วยสร้างสารสนเทศ แบบใหม่



ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information Systems) (MIS)

คือ ระบบประมวลผลรายการที่ครอบคลุมกิจกรรมหลัก ๆ ขององค์กร แต่จะแตกต่างจากระบบประมวลผลรายการที่ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร และออกรายงานต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับใช้ตัดสินใจ ซึ่งจะเป็นรายงานสรุปข้อมูลต่างๆ ซึ่งไม่ใช่งานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน เหมือนกับระบบประมวลผลรายการ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ยังใช้สำหรับการวางแผน การติดตามและควบคุมงานในองค์กรด้วย ซึ่งผู้บริหารระดับล่าง และกลางเป็นผู้ใช้งาน
ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานทั้งระดับองค์การและอุตสาหกรรม ธุรกิจต้องการระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการดำรงอยู่และเจริญเติบโตขององค์การ โดยที่เทคโนโลยีสารสนเทศจะส่วนช่วยให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จ และสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นในระดับสากล เพื่อให้การทำงานมีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องทำความเข้าใจถึงวิธีใช้งานและโครงสร้างของระบบสารสนเทศ สามารถสรุปส่วนประกอบของระบบสารสนเทศ ได้ 3 ส่วน คือ




1. เครื่องมือในการสร้างระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ หมายถึง ส่วนประกอบหรือโครงสร้างพื้นฐานที่รวมกันเข้าเป็น MIS และช่วยให้ระบบสารสนเทศดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจำแนกเครื่องมือในการสร้างระบบสารสนเทศไว้ 2 ส่วน คือ
1.1 ฐานข้อมูล (Data Base) ฐานข้อมูล จัดเป็นหัวใจสำคัญของระบบ MIS เพราะว่าสารสนเทศที่มีคุณภาพจะมาจากข้อมูลที่ดี เชื่อถือได้ ทันสมัย และถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ดังนั้นฐานข้อมูลจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบสารสนเทสมีความสมบูรณ์ และปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
1.2 เครื่องมือ (Tools) เป็นเครื่องมือที่ใช้จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ปกติระบบสารสนเทศจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็น อุปกรณ์หลักในการจัดการข้อมูล ซึ่งจะประกอบด้วยส่วนสำคัญต่อไปนี้
1.2.1 ) อุปกรณ์ (Hardware) คือ ตัวเครื่องหรือส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์ ระบบเครือข่าย
1.2.2 ) ชุดคำสั่ง (Software) คือ ชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่รวบรวม และจัดการ เก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการ บริหารงาน หรือการตัดสินใจ

2. วิธีการหรือขั้นตอนการประมวลผล การที่จะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ จะต้องมีการจัดลำดับ วางแผนงานและวิธีการประมวลผลให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้ข้อมูล หรือสารสนเทศที่ต้องการ

3. การแสดงผลลัพธ์เมื่อข้อมูลได้ผ่านการประมวลผล ตามวิธีการแล้วจะได้ สารสนเทศ หรือ
MIS เกิดขึ้น อาจจะนำเสนอในรูป ตาราง กราฟ รูปภาพ หรือเสียง เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลมีประสิทธิภาพ จะขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูล และลักษณะของการนำไป ใช้งาน
แหล่งที่มาข้อมูล
http://pirun.kps.ku.ac.th/~b5128129/MIS.html

ด้าน People ware หาตำแหน่งงานด้าน IT พร้อม อธิบาย คุณสมบัติ หน้าที่รับผิดชอบ ของตำแหน่ง มา 5 ตำแหน่ง

1.ตำแหน่ง CSO หรือ CISO เป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงทางด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับโครงสร้างเครือข่ายและความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศ CSO มีหน้าที่ในการจัดการกับปัญหาความปลอดภัย โดย CSO ต้องมีความเข้าใจในระบบธุรกิจเป็นอย่างดี (Business Process) และต้องเข้าใจเรื่องของการจัดการกับความเสี่ยง (Risk Management) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นแล้วมีผลกระทบกับธุรกิจขององค์กรทั้งทางตรงและทางอ้อม ในมุมมองทั้งด้านเทคนิค การจัดการตลอดจนกำหนดนโยบายการรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่ายและข้อมูลสารสนเทศให้ได้ตามมาตรฐานสากล โดยนำนโยบายมาตรฐานเช่น ISO/IEC17799 หรือ ISACA CobiT Framework มาจัดการกับระบบในองค์กรให้มีความปลอดภัยในลักษณะบรรษัทภิบาลหรือที่เราเรียกว่า "Corporate Governance"
ความรับผิดชอบของ CSO/ CISO 10 ข้อ
1. กำหนดเป้าหมาย นโยบายด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล โดยกำหนดให้ไปในทิศทางเดียวกันกับแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร (Corporate Strategic Plan)
2. จัดการพัฒนานโยบายด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล Policy, Standard, Procedure and Guideline เพื่อให้องค์กรได้มาซึ่ง การรักษาความลับของข้อมูล (Confidentiality) การรักษาความถูกต้องของข้อมูล (Integrity) และเสถียรภาพความมั่นคงของระบบ (Availability)
3. จัดการบริหารเฝ้าระวังการโจมตีระบบและภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับระบบ โดยใช้ระบบเตือนผู้บุกรุก Intrusion Detection System (IDS), ระบบป้องกันผู้บุกรุก Intrusion Prevention System (IPS) หรือระบบจัดการกำจัดไวรัส (Anti-Virus Systems) ตลอดจนวางแผน Business Continuity และ Disaster Recovery (BCP and DRP) เพื่อกู้ระบบยามฉุกเฉิน
4. มีการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis) ที่อาจทำให้ระบบเกิดปัญหากระทบกับการดำเนินธุรกิจขององค์กร
5. นำเสนอผู้บริหารระดับสูงเช่น CIO หรือ CEO ในเรื่องของแผนการปฏิบัติงาน นโยบาย งบประมาณ อัตรากำลัง ตลอดจนแผนการ Outsource ด้านความปลอดภัยข้อมูลเพื่อขอดำเนินการอนุมัติ และเพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงมีความตระหนัก (Awareness) ในความสำคัญเรื่อง Information Security
6. เป็นที่ปรึกษาด้านระบบความปลอดภัยข้อมูลให้กับแผนกอื่นๆ ที่ต้องใช้ IT ในการปฏิบัติงาน
7. ติดต่อและรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้า, องค์กร หรือบุคคลภายนอกที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัยข้อมูลทั้งภาครัฐและเอกชนเช่น ตำรวจ, นักข่าว, Systems Integrator (SI), Outsourcer, Managed Security Services Provider (MSSP) และผู้ตรวจสอบ (Auditor)
8. ออกข้อกำหนดในการจัดซื้อจัดจ้างระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศ Requests for Proposal (RPF)
9. จัดตั้งและควบคุมบริหารทีม Incident Response เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในยามที่เกิดภาวะฉุกเฉินขึ้นในองค์กร เช่น การระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์
10. เตรียมพร้อมรับสถานการณ์และเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ทางด้าน Information Security อย่างสม่ำเสมอ
คุณสมบัติของ CSO/ CISO
1. มีความรู้ความสามารถด้าน Information Technology และ Information Security ในระดับบริหารจัดการ และ ควรสอบผ่านประกาศนียบัตร CISSP (Certified Information Systems Security Professional)
2. มีคุณสมบัติความเป็นผู้นำและมีประสบการณ์การทำงานในระดับผู้จัดการระบบสารสนเทศมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี และ มีอายุระหว่าง 30-45 ปี
3. ควรมีประสบการณ์เฉพาะด้าน Risk Management, BCP, DRP, IT Audit, SLA Contract and Vendor Negotiation
4. ควรมีประสบการณ์เกี่ยวกันการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์หรือแฮกเกอร์ ตลอดจนพื้นฐานความเข้าใจเรื่องกฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Laws)
5. มีความรู้เรื่องพื้นฐานด้านระบบความปลอดภัยเช่น Firewall, IDS, Anti-Virus, VPN, PKI, Vulnerability Assessment และ Penetration Testing
6. มีความสามารถและทักษะในการติดต่อสื่อสารกับผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี ทั้ง Technical Staff และ Non-Technical Staff
แหล่งที่มาข้อมูล

2.ตำแหน่ง : Programmer
รายละเอียดงาน :
ออกแบบและพัฒนาโปรแกรมเพื่อให้รองรับกับสถานศึกษา
คุณสมบัติผู้สมัครงาน :
จบ ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์,เทคโนโลยีสารสนเทศหรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
มีประสบการณ์อย่างน้อย 1-2 ปี
มีความรู้ในการใช้ภาษา Transact-SQL ได้เป็นอย่างดี
มีความรู้เกี่ยวกับระบบ Network (LAN)
มีความรู้เกี่ยวกับ SQL Server 2000,2005,2008 เป็นอย่างดี
สามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Power Builder 8.0,PHP,JSP และมีความรู้เกี่ยวกับระบบ LAN/WAN จะพิจารณาเป็นพิเศษ
แหล่งที่มาข้อมูล

3.ตำแหน่ง : Web Graphic Designer
รายละเอียดงาน :
ออกแบบและดูแลงานด้านกราฟฟิคดีไซน์เว็บไซต์ และช่วยงานด้านกราฟฟิคดีไซน์ต่างๆ
คุณสมบัติผู้สมัครงาน :
วุฒิการศึกษาปริญญาตรีทุกสาขา
เพศ ชาย/หญิง อายุ 23 – 30 ปี
มีความสามารถในการใช้งานโปรแกรมออกแบบกราฟฟิค Photoshop, Illustrator, Dreamweaver , Flash
มีความคิดสร้างสรรค์ในด้านการออกแบบ
หากมีประสบการณ์ด้านการสร้างและโฆษณาเว็บไซต์ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
แหล่งที่มาข้อมูล

4.ตำแหน่ง : IT Support Officer
รายละเอียดงาน :
ดูแล Windows Server ให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ,ตรวจสอบและปรับปรุงระบบเครือข่ายให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ,ปรับปรุงและแก้ไขเครื่อง Client ,ให้บริการคำปรึกษา อธิบาย เกี่ยวกับ software school ICT และสามารถเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ได้
คุณสมบัติผู้สมัครงาน :
จบ ปวส./ปริญญาตรี ทุกสาขา
เพศชาย/หญิง อายุ 20 - 35 ปี
มีความรู้เกี่ยวกับ SQL Server 2000,2005,2008 เป็นอย่างดี
เชี่ยวชาญการติดตั้ง Windows Server,Antivirus และโปรแกรมพื้นฐานทั่วไปของ Server ทั้งหมด
มีประสบการณ์ดูแลคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย LAN,WAN,Internet,Firewall,Data Backup ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
แหล่งที่มาข้อมูล

5.ตำแหน่ง : IT Support Supervisor ( Network System )
รายละเอียดงาน :
1. ดูแลงานระบบ IT ของทางบริษัทฯทั้งระบบ
2. สามารถจัดระบบการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมของทางบริษัทฯ สามารถ จัดหา เขียนโปรแกรมต่างๆงานของบริษัทฯได้
3. สามารถจัดระบบงาน Network ของบริษัทฯได้เป็นอย่างดี
คุณสมบัติผู้สมัครงาน :
-          ชาย  - หญิง  อายุ  25- 35 ปี
-           วุฒิปริญญาตรี สาขา คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
-          มีประสบการณ์ในการวางระบบ  IT Support   อย่างน้อย 2 ปี
-          สามารถจัดทำเว็บโปรแกรม  ASP, NET, HTML ,CSS ,FLASH ,ACTIONSCRIPT , PHP , XML
-           มีความรู้ความเข้าใจระบบ  Network  เป็นอย่างดี
-          สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี มีความเข้าใจระบบงานบริการได้เป็นอย่างดี
แหล่งที่มาข้อมูล